Loader

สงสัย สงสัยเกี่ยวกับเทวรูปที่บูชาอยู่

Started by เทวาเหนือเกล้า, January 02, 2010, 21:59:12

Previous topic - Next topic

0 Members and 1 Guest are viewing this topic.

ในตำราท่านหมายถึงเทวรูปพระเป็นเจ้าที่มีชื่อซ้ำกันสามองค์ครับ (เช่น พระแม่กาลี ๓ องค์ และพระแม่ทุรคา ๓ องค์ เป็นต้น)

ส่วนเรื่องความทุกข์หรือกังวลใจหากบูชาเทวรูปชื่อเดียวกัน ๓ องค์นั้น ท่านเพียงกล่าวไว้ในตำรา จะเป็นจริงมากน้อยเพียงใดนั้น ผมว่าอยู่ที่ตัวผู้บูชามากกว่า หากคุณบูชาเทวรูปพระเป็นเจ้าชื่อเดียวกันสามองค์ แล้วคุณสบายใจไม่ได้เดือดร้อนอะไร ก็บูชาไปเถิด แต่หากไม่คิดอะไรมากที่จะเชื่อตามตำราก็ดีครับ อย่างน้อยเราก็ได้ความสบายใจอีกเช่นกัน

ที่จะให้บรรยายว่าทุกข์ใจหรือเดือดร้อนอย่างไรนั้น ก็เกินวิสัย เพราะผมเองก็ไม่เคยประสบพบเจอ ของแบบนี้มันเป็นเรื่องเฉพาะบุคคล เพียงแต่โบร่ำโบราณท่านกล่าวไว้ หากไม่เชื่อก็ฟังหูไว้หูก็ดีครับ...เพราะอย่างไรเสียก็ควรดูที่ตัวเราผู้บูชาโดยควบคู่ไปกับขนบธรรมเนียมการบูชาที่โบราณว่าไว้  หากสิ่งใดเป็นสิ่งที่ดี อันไม่ทำให้ตนเองและผู้อื่นเดือดร้อนก็ทำไปเถิดครับ
WELCOME TO HINDUMEETING

เรียน สมาชิกเก่าและสมาชิกใหม่ของเว็บ HinduMeeting
ขอความกรุณาทุกท่านศึกษากฎ กติกา มารยาทของเว็บด้วยนะครับ

http://www.hindumeeting.com/forum/index.php?topic=1423.0

งี้ ถ้าสมมุตนะคะสมมุต

สมมุตเรามีสององค์ แล้วได้เพิ่มมาอีกองค์
เราเชิญท่านไว้ในกล่องก่อน แล้วหามาเพิ่มให้เป็นสี่หรือห้าแล้วถึงนำขึ้นหิ้งได้ไหมคะ

อารมณ์ว่าเจตนาปกปิดบัญชีทรัพย์สิน
ไรงี้

   ขอพาหาพลรามอันงามขาว    ดังจันทร์คราวเริ่มแรกอุทัยไข
ทรงกำลังสามารถฉกาจไกร       ดังว่าได้ดื่มซึ่งอาสวรส
เต็มด้วยอวตารแห่งปัทมา        ลักษมีกันยาสุภาสด
น่าใคร่ราววสันต์อันงามงด       จงคุ้มท่านทั้งหมดในที่นี้


(คัดจากเทวีวาสวทัตตา ของภาสะ แปลโดย ท่านผู้หญิงดุษฎีมาลา มาลากุล)

จงใจปกปิดบัญชีทรัพย์สินแบบนี้  เสี่ยงที่จะโดนปปช.เล่นงานมากๆครับท่าน สิรวีย์ 

ปล.แซวเล่นนะครับ

[HIGHLIGHT=#d7e3bc][HIGHLIGHT=#ffff00][HIGHLIGHT=#e36c09][HIGHLIGHT=#92d050][HIGHLIGHT=#ffc000]ชีวิตนี้ขอสู้เพื่อเทวดา  [/HIGHLIGHT][/HIGHLIGHT][HIGHLIGHT=#92d050][HIGHLIGHT=#ffc000]สุดแล้ว[/HIGHLIGHT][HIGHLIGHT=#ffc000]แต่สวรรค์จะบัญชา[/HIGHLIGHT][/HIGHLIGHT][/HIGHLIGHT][/HIGHLIGHT][/HIGHLIGHT]

Quote from: สิรวีย์ on January 10, 2010, 19:37:16
งี้ ถ้าสมมุตนะคะสมมุต

สมมุตเรามีสององค์ แล้วได้เพิ่มมาอีกองค์
เราเชิญท่านไว้ในกล่องก่อน แล้วหามาเพิ่มให้เป็นสี่หรือห้าแล้วถึงนำขึ้นหิ้งได้ไหมคะ

อารมณ์ว่าเจตนาปกปิดบัญชีทรัพย์สิน
ไรงี้




ระวังเจอองค์ท่านเล่นตลกนะ คือพอได้มาเพิ่มองค์ที่ 4 - 5 แล้วมาเปิดกล่อง ท่านก็หายวับไปไหนก็ไม่รู้ ข้อหานำมาท่านมาแล้วเก็บไว้ในกล่องไม่ยอมบูชา ......ล้อเล่นนะครับ อิอิ

องค์พระแม่ของผมที่บ้านก็ชอบลดตรีศูลของท่านลงมาจริงๆ ผมจับแต่ให้ที่ถือกลางด้านจะได้สวยๆ แต่ตรีศูลจะตกลงมาให้ท่านถือแถวๆช่วงหัวตรีศูลคับ
ก็เลยตามใจท่าน เพราะปรับหลายรอบและ
วงการมายา ไม่ใช่สนามเด็กเล่น แต่เป็นสมรภูมิรบ และ การผูกสัมพันธ์ไมตรี ทั้งจริงและจอมปลอม

มายา ความหมายของมันช่างลึบลับเหลือเกิน

วงการมายาไม่ใช่ของเล่นทั่วไป เข้าแล้วออกยาก ระวังเอาไว้

อะ จึ๊ย 

พระเเม่กาลี  3  องค์  ห้ามบูชา

เสือทั้งปั้น  ทั้งวาด  พระเเม่กาลี  5  องค์เเล้วเนี่ย

ทำไงดีคะ  ภาพวาดที่  6  กำลังมา  เสือควรทำไงดีคะ
เสียหายไม่ว่า  แต่เสียหน้าไม่ได้

เทวรูปของพระเป็นเจ้าองค์ต่างๆ  ท่านว่าห้ามมีไว้บูชาเป็นจำนวน 3 องค์ครับผม  แต่ถ้ามากกว่าหรือน้อยกว่า 3 องค์ก็ไม่มีปัญหาครับท่านเสือร้องไห้

[HIGHLIGHT=#d7e3bc][HIGHLIGHT=#ffff00][HIGHLIGHT=#e36c09][HIGHLIGHT=#92d050][HIGHLIGHT=#ffc000]ชีวิตนี้ขอสู้เพื่อเทวดา  [/HIGHLIGHT][/HIGHLIGHT][HIGHLIGHT=#92d050][HIGHLIGHT=#ffc000]สุดแล้ว[/HIGHLIGHT][HIGHLIGHT=#ffc000]แต่สวรรค์จะบัญชา[/HIGHLIGHT][/HIGHLIGHT][/HIGHLIGHT][/HIGHLIGHT][/HIGHLIGHT]

เห็นด้วยกับความคิดของคุณ thiti ครับเพราะถ้าพูดกันถึงเรื่อง เทววิทยา ซึ่งผมเองก็ศึกษามาไม่เอียดเท่าไรนัก(ศึกษมจากเว็บ aromamodaka ของ อ.กิตติ ครับ ใครสนใจก็เข้่าชมได้นะครับ คลิก )
1. การประดิษฐานพระ และเทวรูป ก็ควรแยก เทวรูป จาก พระ เพราะพลังที่แผ่จากพระ กับ พลังที่แผ่จาก เทวรูป นั้นต่างกันอีกอย่างพระนั้นไม่ต้องการเครื่องสังเวยในขณะที่เทพนั้นต้องมีการจัดถวายเครื่องสังเวยแต่มีอยู่บางกรณีที่สามารถประดิษฐานรวมกันได้

2. การห่มผ้าพระ พลังของเทวรูป กับ พลังของเทพนั้นเป็นคนละรูปแบบกันครับพลังเทวรูปก็คือ พลังที่ใช้สื่อไปยังเทพ ก็เปรียบเหมือนวิทยุถ้าสัญญาณไม่ดี สิ่งที่เราส่งไปก็อาจไม่ถึงหรือไม่ครบถ้วน ส่วนพลังของเทพทุกท่านก็คงทราบดีอยู่ ดังนั้นการห่มผ้าพระก็เหมือนกับว่ามีสิ่งของมาปิดกั้นคลื่นทำให้สัญญาณไม่ดีครับ เพราะเทวสถานเขายังไม่มีการตกแต่งเทวรูปแต่อย่างใดเลยแต่ก็มีเทวรูปที่ทำมาสำหรับการตกแต่งโดยเฉพาะก็มีส่วนมากเขาจะสร้างเหมือนเทวรูปเปลือยครับก็เพราะว่ายังไงก็ต้องนำผ้ามานำเครื่องประดับมาตกแต่งนั่นคือเทวรูปที่สร้างมาเพื่อรับการตกแต่ง  ศีกษาเพิ่มเติม คลิก

3การถวายดอกไม้นั้นก็อย่างที่คุณ thiti กล่าวมา คือไม่ควรคล้องที่องค์เทวรูปโดยตรง ซึ่งก็ตามที่กล่าวมาครับว่าจะทำลายเนื้อเทวรูป เพราะเทวรูปที่อยู่ในภาพดูแล้วน่าจะทำจากเรซิน แต่ถ้าหากอยากที่จะจัดคล้องเทวรูปควรทำในโอกาศพิเศษเช่น งานประจำปี ฯลฯ ผมเองก็เคยมีประสบการณ์ ขนาดเทวรูปของผมสร้างมาจากโลหะ เพียงแค่ผมเอามะนาวมาปักที่ดาบของเทวรูปพระแม่มารีอัมมัน เพียงครั้งเดียวก็เป็นคราบมาจนถึงทุกวันนี้เลยครับ

Quote from: คุณ บาส on January 13, 2010, 16:06:00
เห็นด้วยกับความคิดของคุณ thiti ครับเพราะถ้าพูดกันถึงเรื่อง เทววิทยา ซึ่งผมเองก็ศึกษามาไม่เอียดเท่าไรนัก
1. การประดิษฐานพระ และเทวรูป ก็ควรแยก เทวรูป จาก พระ เพราะพลังที่แผ่จากพระ กับ พลังที่แผ่จาก เทวรูป นั้นต่างกันอีกอย่างพระนั้นไม่ต้องการเครื่องสังเวยในขณะที่เทพนั้นต้องมีการจัดถวายเครื่องสังเวยแต่มีอยู่บางกรณีที่สามารถประดิษฐานรวมกันได้

2. การห่มผ้าพระ พลังของเทวรูป กับ พลังของเทพนั้นเป็นคนละรูปแบบกันครับพลังเทวรูปก็คือ พลังที่ใช้สื่อไปยังเทพ ก็เปรียบเหมือนวิทยุถ้าสัญญาณไม่ดี สิ่งที่เราส่งไปก็อาจไม่ถึงหรือไม่ครบถ้วน ส่วนพลังของเทพทุกท่านก็คงทราบดีอยู่ ดังนั้นการห่มผ้าพระก็เหมือนกับว่ามีสิ่งของมาปิดกั้นคลื่นทำให้สัญญาณไม่ดีครับ เพราะเทวสถานเขายังไม่มีการตกแต่งเทวรูปแต่อย่างใดเลยแต่ก็มีเทวรูปที่ทำมาสำหรับการตกแต่งโดยเฉพาะก็มีส่วนมากเขาจะสร้างเหมือนเทวรูปเปลือยครับก็เพราะว่ายังไงก็ต้องนำผ้ามานำเครื่องประดับมาตกแต่งนั่นคือเทวรูปที่สร้างมาเพื่อรับการตกแต่ง  ศีกษาเพิ่มเติม คลิก

3การถวายดอกไม้นั้นก็อย่างที่คุณ thiti กล่าวมา คือไม่ควรคล้องที่องค์เทวรูปโดยตรง ซึ่งก็ตามที่กล่าวมาครับว่าจะทำลายเนื้อเทวรูป เพราะเทวรูปที่อยู่ในภาพดูแล้วน่าจะทำจากเรซิน แต่ถ้าหากอยากที่จะจัดคล้องเทวรูปควรทำในโอกาศพิเศษเช่น งานประจำปี ฯลฯ ผมเองก็เคยมีประสบการณ์ ขนาดเทวรูปของผมสร้างมาจากโลหะ เพียงแค่ผมเอามะนาวมาปักที่ดาบของเทวรูปพระแม่มารีอัมมัน เพียงครั้งเดียวก็เป็นคราบมาจนถึงทุกวันนี้เลยครับ


สวัสดีคะ อันนี้ก็ต้องตามความคิดเห็นของแต่ละคนนะคะ ใครทำใครได้ ลองคิดดูนะคะ ไม่มีใครทราบหรอกคะว่าที่คนนั้นบอกว่าถูก คนนี้บอกว่าผิด
มีผู้เดียวที่รู้ก็คือพระเป็นเจ้าเท่านั้นแหละคะ ดิฉันเอง ก็ไม่ได้เก่งกาจมาจากไหนนะคะ แต่อยากจะลองเสนอความคิดเห็นว่า ทำไมศาสตร์ทางทมิฬที่บูชาเทวมาเป็นนมนานนับพันๆปี ยังมีการนุ่งห่มเครื่องทรง แล้วก็มีการอภิเศกเทวรูปตลอดเวลา มีการถวายอาหาร และมาลัยที่มูลติบ่อยๆ ไม่ต้องอางอิงไปยังศาสตร์ของทางใต้หรอกคะ ลองไปดูกันที่ศาสตร์ทางวัดเทพมณเทียร ในหนังสือบูชา เท่าที่ดิฉันพอจะทราบมา ในพิธียังมีถวายเครื่องทรงบูชา
ตลอดจนมาลัยคล้องคอเทวะเพื่อเป็นการฉลองพระองค์  ลองมาเปรียบเทียบกันดูนะคะ ที่ว่ามาดิฉันว่าไม่มีใครถูกใครผิด เพราะแต่ละคนก็ทำความเชื่อของตน เอาเป็นว่า ศรัทธาดีกว่าคะ และก็ความสบายใจ
[HIGHLIGHT=#ffc000]หากมีศรัทธาแล้วไซร้ ก็ควรทำให้ถูกต้องตามจารีตประเพณี  เพื่อศรัทธาที่มีนั้นจะได้มีค่า และหาข้อติเตียนไม่ได้[/HIGHLIGHT]

Quote from: Om Sakthi Parasakthi on January 13, 2010, 20:19:21
Quote from: คุณ บาส on January 13, 2010, 16:06:00
เห็นด้วยกับความคิดของคุณ thiti ครับเพราะถ้าพูดกันถึงเรื่อง เทววิทยา ซึ่งผมเองก็ศึกษามาไม่เอียดเท่าไรนัก
1. การประดิษฐานพระ และเทวรูป ก็ควรแยก เทวรูป จาก พระ เพราะพลังที่แผ่จากพระ กับ พลังที่แผ่จาก เทวรูป นั้นต่างกันอีกอย่างพระนั้นไม่ต้องการเครื่องสังเวยในขณะที่เทพนั้นต้องมีการจัดถวายเครื่องสังเวยแต่มีอยู่บางกรณีที่สามารถประดิษฐานรวมกันได้

2. การห่มผ้าพระ พลังของเทวรูป กับ พลังของเทพนั้นเป็นคนละรูปแบบกันครับพลังเทวรูปก็คือ พลังที่ใช้สื่อไปยังเทพ ก็เปรียบเหมือนวิทยุถ้าสัญญาณไม่ดี สิ่งที่เราส่งไปก็อาจไม่ถึงหรือไม่ครบถ้วน ส่วนพลังของเทพทุกท่านก็คงทราบดีอยู่ ดังนั้นการห่มผ้าพระก็เหมือนกับว่ามีสิ่งของมาปิดกั้นคลื่นทำให้สัญญาณไม่ดีครับ เพราะเทวสถานเขายังไม่มีการตกแต่งเทวรูปแต่อย่างใดเลยแต่ก็มีเทวรูปที่ทำมาสำหรับการตกแต่งโดยเฉพาะก็มีส่วนมากเขาจะสร้างเหมือนเทวรูปเปลือยครับก็เพราะว่ายังไงก็ต้องนำผ้ามานำเครื่องประดับมาตกแต่งนั่นคือเทวรูปที่สร้างมาเพื่อรับการตกแต่ง  ศีกษาเพิ่มเติม คลิก

3การถวายดอกไม้นั้นก็อย่างที่คุณ thiti กล่าวมา คือไม่ควรคล้องที่องค์เทวรูปโดยตรง ซึ่งก็ตามที่กล่าวมาครับว่าจะทำลายเนื้อเทวรูป เพราะเทวรูปที่อยู่ในภาพดูแล้วน่าจะทำจากเรซิน แต่ถ้าหากอยากที่จะจัดคล้องเทวรูปควรทำในโอกาศพิเศษเช่น งานประจำปี ฯลฯ ผมเองก็เคยมีประสบการณ์ ขนาดเทวรูปของผมสร้างมาจากโลหะ เพียงแค่ผมเอามะนาวมาปักที่ดาบของเทวรูปพระแม่มารีอัมมัน เพียงครั้งเดียวก็เป็นคราบมาจนถึงทุกวันนี้เลยครับ


สวัสดีคะ อันนี้ก็ต้องตามความคิดเห็นของแต่ละคนนะคะ ใครทำใครได้ ลองคิดดูนะคะ ไม่มีใครทราบหรอกคะว่าที่คนนั้นบอกว่าถูก คนนี้บอกว่าผิด
มีผู้เดียวที่รู้ก็คือพระเป็นเจ้าเท่านั้นแหละคะ ดิฉันเอง ก็ไม่ได้เก่งกาจมาจากไหนนะคะ แต่อยากจะลองเสนอความคิดเห็นว่า ทำไมศาสตร์ทางทมิฬที่บูชาเทวมาเป็นนมนานนับพันๆปี ยังมีการนุ่งห่มเครื่องทรง แล้วก็มีการอภิเศกเทวรูปตลอดเวลา มีการถวายอาหาร และมาลัยที่มูลติบ่อยๆ ไม่ต้องอางอิงไปยังศาสตร์ของทางใต้หรอกคะ ลองไปดูกันที่ศาสตร์ทางวัดเทพมณเทียร ในหนังสือบูชา เท่าที่ดิฉันพอจะทราบมา ในพิธียังมีถวายเครื่องทรงบูชา
ตลอดจนมาลัยคล้องคอเทวะเพื่อเป็นการฉลองพระองค์  ลองมาเปรียบเทียบกันดูนะคะ ที่ว่ามาดิฉันว่าไม่มีใครถูกใครผิด เพราะแต่ละคนก็ทำความเชื่อของตน เอาเป็นว่า ศรัทธาดีกว่าคะ และก็ความสบายใจ

ถูกต้องครับอย่างที่กล่าว แต่ที่ผมทราบผมเห็นเค้าเผาสาหรี(ไม่รู้เขียนถูกหรือเปล่า)เพื่อถวายแก่พระแม่นี้ครับ ถ้าผิดประการใดผมก็ขออภัยด้วยครับ เพราะผมศึกษาทางด้านเทววิทยา ไม่ค่อยได้ศึกษาทางด้านนี้เท่าไร ความรู้ด้านนี้ของผมเลยไม่ค่อยแน่น เวลาผมตอบก็มักเอาหลักเทววิทยามาตอบซะส่วนใหญ่ครับ 

การบูชาเทพไม่จำเป็นต้องไปตามแบบฮินดูทุกอย่างหรอกครับคนสมัยนีเชื่อแขกไปหมดเห็นเขาทำอะไรก็ทำตามเอาอย่าง  โดยแท้เราก็เป็นคนพุทธไม่ใช่ฮินดู ที่จะต้องเอาอย่างอย่างแบบพวกเขาไปสะหมด ซึ่งดูแล้วไม่ค่อยเหมาะสมกัน และการที่เราได้มาได้บูชาท่านก็เพราะว่าเราเคยบูชาท่านมาก่อนท่านก็เลยตามมาคุ้มครองในชาตินี้ไม่ได้เป็นเรื่องวิเศษใดๆ 

55555 ขอบพระคุณคุณลองภูมิและคุณโหราน้อยนะคะที่เป็นห่วง หลังจากหายไป (เพื่อตรวจสอบทรัพย์สินตามที่ท่นแนะนำมา) ณ เวลานี้ยังปลอดภัยหายห่วงค่ะ

โดยส่วนตัวดิฉันด้อยความรู้ทั้งเทววิทยา มายาศาสตร์ ประติมาณวิทยา ปราณีตศิลป์ ฯ แต่เพราะรักในศิลปะและศรัทธาในพระผู้เป็นเจ้า ก็จะยึดคติว่า เทวรูปที่บูชาอยู่ที่บ้าน ดิฉันจะไม่ถวายพัสตราภรณ์ค่ะ ด้วยเหตุผลหลักคือ ทำไม่เป็น 555555555555 ส่วนเหตุผลต่อมาคือ พัสตราภรณ์เหล่านั้นจะบังเทวรูปตามที่คุณบาสและอาจารย์กิตติ วัฒนมหาตม์บอกไว้

ดังที่เคยเรียนมาหนึ่งในเหตุผลที่มีเทวรูปไว้ที่บ้านคือหลงไหลในศิลปะและรักในวิชาประติมานวิทยา ดังนั้นเทวรูปเหล่านี้นอกจากบูชาท่านในฐานะสื่อกลางพระผู้เป็นเจ้าแล้ว เป็นเหมือนตำราเล่มงามให้ศึกษาทบทวนทุกท่านที่มองเห็นท่าน เลยไม่ชอบให้อะไรมาบดบังรายละเอียดบนองคืเทวรูป จะมีก็การขัดเงาและประดับพลอยหรือคริสตัลลงไปบ้างเพื่อความสวยงาม แต่ยอมรับว่าเรื่องคล้องมาลัยกับองค์เทวรูปนี่ ชอบมากกกกกกกกกกก รู้สึกชื่นใจเวลาเห็นท่านคล้องมาลัยมะลิหอมๆ มีดอกไม้สีสดใสอยู่บนพระองค์ท่าน แม้จะทราบว่าอาจเป็นอันตรายกับเนื้อเทวรูปก็ตาม
แหม ทำแล้วสบายใจ ทำแล้วชอบนี่ห้ามกันยากค่ะ (ออกแนวดื้อด้าน)
   ขอพาหาพลรามอันงามขาว    ดังจันทร์คราวเริ่มแรกอุทัยไข
ทรงกำลังสามารถฉกาจไกร       ดังว่าได้ดื่มซึ่งอาสวรส
เต็มด้วยอวตารแห่งปัทมา        ลักษมีกันยาสุภาสด
น่าใคร่ราววสันต์อันงามงด       จงคุ้มท่านทั้งหมดในที่นี้


(คัดจากเทวีวาสวทัตตา ของภาสะ แปลโดย ท่านผู้หญิงดุษฎีมาลา มาลากุล)

Quote from: สิรวีย์ on January 13, 2010, 21:14:45
55555 ขอบพระคุณคุณลองภูมิและคุณโหราน้อยนะคะที่เป็นห่วง หลังจากหายไป (เพื่อตรวจสอบทรัพย์สินตามที่ท่นแนะนำมา) ณ เวลานี้ยังปลอดภัยหายห่วงค่ะ

โดยส่วนตัวดิฉันด้อยความรู้ทั้งเทววิทยา มายาศาสตร์ ประติมาณวิทยา ปราณีตศิลป์ ฯ แต่เพราะรักในศิลปะและศรัทธาในพระผู้เป็นเจ้า ก็จะยึดคติว่า เทวรูปที่บูชาอยู่ที่บ้าน ดิฉันจะไม่ถวายพัสตราภรณ์ค่ะ ด้วยเหตุผลหลักคือ ทำไม่เป็น 555555555555 ส่วนเหตุผลต่อมาคือ พัสตราภรณ์เหล่านั้นจะบังเทวรูปตามที่คุณบาสและอาจารย์กิตติ วัฒนมหาตม์บอกไว้

ดังที่เคยเรียนมาหนึ่งในเหตุผลที่มีเทวรูปไว้ที่บ้านคือหลงไหลในศิลปะและรักในวิชาประติมานวิทยา ดังนั้นเทวรูปเหล่านี้นอกจากบูชาท่านในฐานะสื่อกลางพระผู้เป็นเจ้าแล้ว เป็นเหมือนตำราเล่มงามให้ศึกษาทบทวนทุกท่านที่มองเห็นท่าน เลยไม่ชอบให้อะไรมาบดบังรายละเอียดบนองคืเทวรูป จะมีก็การขัดเงาและประดับพลอยหรือคริสตัลลงไปบ้างเพื่อความสวยงาม แต่ยอมรับว่าเรื่องคล้องมาลัยกับองค์เทวรูปนี่ ชอบมากกกกกกกกกกก รู้สึกชื่นใจเวลาเห็นท่านคล้องมาลัยมะลิหอมๆ มีดอกไม้สีสดใสอยู่บนพระองค์ท่าน แม้จะทราบว่าอาจเป็นอันตรายกับเนื้อเทวรูปก็ตาม
แหม ทำแล้วสบายใจ ทำแล้วชอบนี่ห้ามกันยากค่ะ (ออกแนวดื้อด้าน)

คุณสิรวีย์ นี้เหมือนผมเลยครับ ชอบที่เทวรูปที่เห็นศิลปะแบบเต็ม แต่ก็ชอบที่จะคล้องพวงมาลัย แต่ก็พยายามเอาเฉพาะพวงมาลัยแพงๆและถวายเฉพาะโอกาสพิเศษ และก่อนจะถวาย ก็แช่น้ำ (เพื่อสารเคมีจะหลุดออกบ้าง) แช่สักพักแล้วก็สลัดเบาๆให้น้ำออก จึงคล้อง

ดิฉันเน้นพวงมาลัยดอกมะลิหอมค่ะ และพยายามหาที่ร้อยด้วยมะลิจริงทั้งหมด มาลัยพวงละ 10 บาท เดี๋ยวนี้มีมะลิไม่ถึง 10 ดอกมั้งคะ เข้าใจว่ามะลิราคาค่อนข้างแพง  ดิฉันจะสั่งน้องข้างบ้านร้อยให้เป็นพิเศษ น้องเขาบูชาเทพแต่ยังไม่มีเทวรูป แล้วน้องก็มีฝีมือมาก ชอบประดิษฐ์ประดอย สั่งร้อยมาลัยเธอก็ขยันร้อยมาเป็ฯลายนั้นลายนี้ แถมคิดแต่ค่าดอกไม้ไม่คิดค่าฝีมือ ยัดเยียดเท่าไรก็ไม่เอา ดิฉันก็เลยใช้วิธีเชิญเธอมาไหว้เทวรูปที่บ้านดิฉันเสียเลย ให้มาได้ทุกเวลา ทุกวัน อยู่นานแค่ไหนก้ได้ ไปๆมาๆ น้องเขาจะได้บุญมากกว่าดิฉันซะแล้ว เพราะน้องเขาลงมือทำของสวยๆงามๆเอง ดิฉันมีปัญญาแค่พับกลีบให้น้อง
ดิฉันเน้นมะลิและดอกไม้หอม ร้อยสวย กลิ่นหอม แต่ขอให้แห้งๆหน่อยค่ะ พวงมาลัยชื้นกลัวสนิมขึ้นเทวรูป
55555555
   ขอพาหาพลรามอันงามขาว    ดังจันทร์คราวเริ่มแรกอุทัยไข
ทรงกำลังสามารถฉกาจไกร       ดังว่าได้ดื่มซึ่งอาสวรส
เต็มด้วยอวตารแห่งปัทมา        ลักษมีกันยาสุภาสด
น่าใคร่ราววสันต์อันงามงด       จงคุ้มท่านทั้งหมดในที่นี้


(คัดจากเทวีวาสวทัตตา ของภาสะ แปลโดย ท่านผู้หญิงดุษฎีมาลา มาลากุล)

 


      ขอร้องและขอเตือนนะค่ะ  ทนไม่ไหวจริงๆ  ปัจจุบันนี้ดิชั้นพบว่ามีคนไปลอกไปก็อปสำนวนของท่านอาจารย์กิตติ  วัฒนะมหาตม์ 

มาใช้กันเยอะมาก   โดยอ้างว่าเป็นศาสตร์เทววิทยาที่ตนได้ศึกษาและร่ำเรียนมา   อีกอย่างดิชั้นมาทราบว่าตอนนี้อาจารย์ปิดรับลูกศิษย์แล้ว


เนื่องจากไม่ค่อยมีเวลา  งานรัดตัวเป็นเกลียว


คือถ้าอย่างไรจะยกสำนวนอาจารย์มาใช้หรือแอบอ้าง  ก็ขอให้ๆเครดิสอาจารย์บ้างนะค่ะ  หรือบอกแหล่งที่อ้างอิงมาก็ได้ว่าอาจารย์ผม

สอนแบบนี้   เพื่อมารยาทอะคะ  โตๆกันแล้ว  เตือนด้วยความหวังดีคะ  ครูบาอาจารย์เป็นของสูงควรเคราพ


Quote from: giftzy_69 on January 13, 2010, 22:10:52



      ขอร้องและขอเตือนนะค่ะ  ทนไม่ไหวจริงๆ  ปัจจุบันนี้ดิชั้นพบว่ามีคนไปลอกไปก็อปสำนวนของท่านอาจารย์กิตติ  วัฒนะมหาตม์ 

มาใช้กันเยอะมาก   โดยอ้างว่าเป็นศาสตร์เทววิทยาที่ตนได้ศึกษาและร่ำเรียนมา   อีกอย่างดิชั้นมาทราบว่าตอนนี้อาจารย์ปิดรับลูกศิษย์แล้ว


เนื่องจากไม่ค่อยมีเวลา  งานรัดตัวเป็นเกลียว


คือถ้าอย่างไรจะยกสำนวนอาจารย์มาใช้หรือแอบอ้าง  ก็ขอให้ๆเครดิสอาจารย์บ้างนะค่ะ  หรือบอกแหล่งที่อ้างอิงมาก็ได้ว่าอาจารย์ผม

สอนแบบนี้   เพื่อมารยาทอะคะ  โตๆกันแล้ว  เตือนด้วยความหวังดีคะ  ครูบาอาจารย์เป็นของสูงควรเคราพ
ใช่ครับ ที่ผมศึกษามาก็มาจาก อาจาร์ยกิตติ วัฒนะมหาตม์ และ link ที่ผมเชื่อม ก็ไปที่เว็บ aromamodaka โดยตรงครับ

   

      ดิฉันได้รับข้อความจากคุณบาสแล้วคะ  ก็ดีใจด้วยที่คุณกล่าวเช่นนั้น  ต่อไปเราทำไรจะได้เจริญๆ  เพราะความรู้ที่ท่านให้มา


แต่ก็ยังมีอีกหลายท่านที่แอบอ้างสำนวนอาจารย์มาใช้เยอะ  แล้วไม่ให้เครดิส  แต่ดิชั้นเงียบมานาน  จนมีคนบอกว่าให้ดิชั้นช่วยเตือนเค้า

ถึงทำคะ  ก่อนหน้านี้ก็เก็บเงิยบมานาน  เอิ้กๆ


    ยินดีที่ได้รู้จักนะค่ะ  อย่างน้อยๆก็ได้รู้ว่าคุณคือลูกศิษย์อาจารย์เหมือนกันคะ  ขอพระเจ้าคุ้มครองนะค่ะ อิอิ


แหม น่ายินดีแทนคุณgiftzy_69 และคุณบาสจริงๆค่ะ นอกจากจะเป็นศิษย์ร่วมสำนักที่มาพบกันโดยบังเอิญแล้ว ยังมีอาจารย์ที่เต็มไปด้วยองค์ความรู้อย่างอาจารย์กิตติ วัฒนมหาตน์
ดิฉํนยังไม่เคยคุยกับอาจารย์เลยสักครั้งค่ะ แต่เคยพบอาจารย์สองครั้งโดยที่ไม่ได้พูดคุยกัน ทว่าเหมือนดิฉันรู้จักอาจารย์มานานเลยค่ะ เพราะอ่านหนังสือท่านเยอะมาก ที่บ้านมีหนังสือของอาจารย์เป็น collection เลย ชอบงานของอาจารย์ซึ่งครอบคลุม ครบถ้วน ตรงไปตรงมา และจูงใจให้เราพยายามศึกษาข้อมูลต่อๆไป
ในฐานะผู้ศึกษาด้านประติมานวิทยา ดิฉันยินดีที่จะประกาศทุกครั้งที่มีโอกาสว่า ดิฉันเริ่มสนใจเรื่องเหล่านี้และมีความรู้ในระดับหนึ่งได้ด้วยอาศัยหนังสือของอาจารย์กิตติ นี่เอง
หากเป็นไปได้ ฝากความเคารพท่านผ่านคุณบาสและคุณ giftzy_69 ด้วยนะคะ

ในเมื่อหนังสือจำนวนมากผลงานของอาจารย์เป็นประดุจครูของดิฉัน อาจารย์เองก็น่าจะเป็นครูของดิฉันด้วยท่านหนึ่ง
เพียงแต่ดิฉันยังไม่เคยไปกราบท่าน และไม่มีบุญได้ฝากตัวเป็นศิษย์ เท่านั้นเอง แต่ส่วนตัวเรียนตามตรงว่าไม่ได้คิดอยากจะรบกวนท่านด้วยการฝากตัวเป็นศิษย์นะคะ เพียงท่านเจียดเวลาสร้างสรรค์ผลงาน ก็เป็นพระคุณกับศิษย์อย่างไม่เป็นทางการคนนี้ และอีกมากมายเหมือนกัน
   ขอพาหาพลรามอันงามขาว    ดังจันทร์คราวเริ่มแรกอุทัยไข
ทรงกำลังสามารถฉกาจไกร       ดังว่าได้ดื่มซึ่งอาสวรส
เต็มด้วยอวตารแห่งปัทมา        ลักษมีกันยาสุภาสด
น่าใคร่ราววสันต์อันงามงด       จงคุ้มท่านทั้งหมดในที่นี้


(คัดจากเทวีวาสวทัตตา ของภาสะ แปลโดย ท่านผู้หญิงดุษฎีมาลา มาลากุล)

สาธุค่ะ คุณน้องโด่ง น่ารักจัง พี่เองก็เพิ่งเริ่มจะสะสมหนังสือท่านเหมือนกันตอนนี้ ดีใจจัง
สุ จิ ปุ ลิ  ขาด สักข้อ ก็ไม่ครบการเป็นปราชญ์

ปราชญ์ที่ดีต้องเป็นผู้ฟังมากกว่า พูด พูดในสิ่งที่สมควรพูด

ผู้ที่ฉลาดแท้จริง ฟัง มากกว่าพูด เพราะถ้าเรารู้ไม่จริง หรือไม่หมดก็จงอย่าพูด

เพราะเมื่อเปิดปากออกมา เมื่อนั้นได้แสดงความโง่ออกมาโดยไม่รู้ตัว

คนเก่งจริง ต้องเรียนรู้เสมอว่า เหนือฟ้ายังมีฟ้า เหนือตัวเรายังมีคนที่เก่งกว่า จงถ่อมตนเสมอ จงเป็นผู้ให้เสมอ


 


        โหหหห ....  หลังจากที่ดิชั้นออกโรงไปไม่นานเท่าไหร่  ปรากฎมีเหล่าเพื่อนๆพี่ๆใน hm  ส่งทั้งข้อความส่วนตัวทั้งอีเมลล์มา

ขอโทษกันตรึมเลยคะ อิอิ   จริงๆแล้วดิชั้นก็มิได้มีเจตนาจะต่อว่าอะไรเลยนะค่ะ  แค่อยากเตือนและอธิบายให้เข้าใจคะ

ซึ่งคนที่ควรจะไปขอโทษจริงๆควรจะเป็นทางอาจารย์มากกว่านะค่ะ   แต่มา ณ วันนี้ก็เห็นมีเพื่อนๆหลายคนได้บอกแหล่งที่มา อ้างอิง

ซึ่งก็ชัดเจนอยู่แล้ว  ดิชั้นว่าก็ไม่น่าที่จะเป็นปัญหาคะ   ถ้าอย่างไรไว้เจออาจารย์อาจจะฝากบอกท่านอีกที  อีกอย่างก็ไม่สะดวกด้วยสิ

เพราะตอนนี้เรามิได้อยู่เมืองไทย



    แต่มาคิดว่าเมื่อศิษย์สำนึกแล้วรวมทั้งตระหนักดีแล้ว  คนเป็นครูย่อมให้อภัยศิษย์ได้เสมอคะ  ดิชั้นเชื่ออย่างนั้น   


    อีกอย่างเลยนะค่ะเห็นแล้วก็น่าภูมิใจแทนท่านอาจารย์จริงๆ   ที่มีคนชื่นชอบผลงานอาจารย์มากขนาดนี้ อิอิ  ดิชั้นเชื่อว่าไม่มาก

ก็น้อยใน hm คงมีทั้งลูกศิษย์รวมทั้งแฟนคลับของอาจารย์อยู่เยอะคะ  ก็รู้สึกดีใจที่เราก็มีอาจารย์คนเดียวกัน  แม้ว่าจะไม่ใช่ศิษย์

ก้นกุฎิก็เถอะ


   ดิชั้นเชื่อว่าการรู้พระคุณครูเป็นสิ่งที่ดีงาม  ที่คนที่เจริญแล้วควรจะต้องมีไว้คะ  ความกตัญญูกตเวที   และเมื่อมีสิ่งนี้แล้ว


ภายภาคหน้าต่อไปจะทำอะไรๆก็คงจะมีแต่ความเจริญ  ดิชั้นเชื่ออย่างนี้นะค่ะ




      และเนื่องในวันครูของเมืองไทยที่จะใกล้เข้ามาถึงเร็วนี้  ดิชั้นขอยกกลอน  บูชาพระคุณครูมาไว้  เพื่อเตือนให้พวกเรามีจิตสำนึก

ที่ดีงาม  รักความกตัญญูคะ  ทั้งคุณครูปัจจุบัน  รวมทั้ง  องค์ปฐมคุรุเทวี ศรีมหาสรัสวตีมารดาแห่งพระเวทของพวกเราด้วยนะค่ะ


          พระจันทร์เพ็ญเด่นสกาวพราวกระจ่าง ส่องสว่างผ่องประภัสจำรัสฉาย
กระพริบแสงเด่นฟ้าดาราราย ความมืดคลายฟ้าสวยด้วยจันทร์เพ็ญ
ความมืดเหือนอวิชาประดาศิษย์ ครูนิมิตแสงไฟให้มองเห็น
ประคองศิษย์เคียงข้างไม่ว่างเว้น ผ่านทุกข์เข็ญสู่วิถีที่ดีงาม
จับมือน้อยค่อยบรรจงลงอาลักษณ์ แจ้งประจักษ์รักอุ่นคุณที่สาม
ศิษย์หลงชั่วมัวเมาคอยห้ามปราม ชี้ทางยามศิษย์มืดมนซึ่งหนทาง...


  ขอพรบารมีแห่งองค์ปฎมคุรุครูบาอาจารย์ทั้งหลายปกปักษ์รักษาเหล่าศิษย์ที่มีความกตัญญูและภักดีทุกคนนะค่ะ
    


   


พี่กิฟซี่  ช่างสำนวนยิ่งนัก  กลอนเพราะคะ

ขอชม

ปลื้ม
ปลื้ม
ปลื้ม

ปลื้มพี่กิฟซี่สุดๆ
เสียหายไม่ว่า  แต่เสียหน้าไม่ได้

-*-    น้อง เสือ นิ่ ไปทุกกระทู้ เจงๆ เรย 55