Loader

ปาฎิหาริย์จากศัทธาทางศาสนาพุทธศาสนาและฮินดู

Started by Rattaya Boonyatim, May 20, 2010, 11:48:25

Previous topic - Next topic

0 Members and 1 Guest are viewing this topic.

พูดถึงเรื่องความศัทธาทางศาสนาไม่ว่าจะเป็นศาสนาพุทธก็ดีและฮินดูก็ดี ดิฉันขอแชร์ประสบการณ์กับทุกท่านที่ความมีความเชื่อมั่นและศัทธาในองค์เทพและนับถือพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
ก่อนอื่นท่านต้องถามตัวเองก่อนว่าท่านเป็นคนหนึ่งหรือเปล่าที่ต้องการความสำเร็จและพ้นจากความทุกข์
ในชิวิตมีทรัพย์สิ้นเงินทองตามประสามนุษย์ปุถุชนทั่วไปถ้าคำตอบ ว่าใช้ ก็ต้องถามตัวเองต่อไปว่าตัวท่านมีความศัทธาในพุทธธานุภาพและเทวานุภาพเพียงถ้าคำตอบว่าใช่ ถามใจตัวคุณดูว่าตัวเราทุกคนวิ่งหาทรัพย์สินเงินทองทำงานตัวเป็นเกลียวเพื่อให้ได้มาซึ่งทรัพย์สมบัติทางโลก แย้งชิ้งกันทุกอย่างเพื่อให้ได้มาด้าน
การศึกษา,หน้าที่การงานแข่งกันสอบแข่งขันกันประจบเจ้านายเพื่อให้ได้มา ร่วมถึงปัจจุบันจะเป็นการขัดแย้งทางการเมืองก็ดี เหล่านี้ล้วนมีคำตอบอยู่แล้วว่าตัวเราเองที่เป็นหน่วยที่เล็กที่สุดที่หาทางออกปัญหาของมนุษย์ได้โดยการเปลี่ยนพลังด้านลบม้องโลกในแง่ร้ายให้เป็นพลังศัทธาที่ทำให้เรารอดพ้นสิ่งเหล่านี้ไปได้โดย
ถ้าเราเป็นคนพุทธและกราบไหว้พระพุทธเจ้า และบูชาเทพตามพิธีกรรมและศัทธาไม่งมงาย
ถ้าเปรียบเทียบชวิตคนเป็นเปอร์เซนต์ 100%และแบ่งการกระทำที่จะให้เกิดปาฎิหาริย์อยู่สามอย่างด้วยกันคือ
1.ปาฎิหาริย์จากอำนาจพุทธคุณ
2.ปาฎิหาริย์จากเทวดารักษาตัว
3.ปาฎิหาริย์จากกรรม
ให้เริ่มต้นจากการขอพึ่งพระพุทธคุณโดยการสวดมนต์
1.จุดธูปบูชาพระรัตนตรัย
สวดบูชาพุทธคุณและที่ขาดไม่ได้คือสวดบท" ไตรสรณคมณ์"
เพราะการสวดไตรสรณ์คมณ์คือการบอกองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าว่าเราขอยึดท่านเป็นที่พึงเป็นสรณะ
เพื่อให้อานุภาพนั้นช่วยคุ้มครองเรา(สิ่งสำคัญต้องมีความเชื่อมั่นบวกศัทธาอย่าสงสัยในอำนาจพุทธคุณนะค่ะเพราะการสวดขอภาวนาจะไม่ได้ผล)
การทำเช่นนี้จะเป็นผลช่วยเรา 25% จากส่วนทั้งหมด 100%จากตัวเราทั้งหมด
2.เทวดารักษาตัว
ขออ้างอิงจากหัวข้อด้านบนที่ว่าพูดถึงเกี่ยวกับเทววานุภาพว่ามีอยู่จริงจากการพิสูจน์ได้ทางพุทธศาสนาโดยให้เจริญสติภาวนาตามคำสอนพระพุทธเจ้าที่แบงการเจริญสติเป็นสองแบบ
2.1 การทำสมถะกรรมฐาน คือการรู้ตัวรู้อารมฌ์ของตน มีสติติดตัวตลอดเวลา
2.2 การเจริญวิปัสนา  คือการทำความไม่รู้จริงให้ดับไปและให้เกิดปัญญา
หากคุณทำตามขั้นตอนเหล่านี้ได้ให้ธิฐานจิตให้สามารถสัมผัสกับเทวดารักษาตัวของเราได้(โดยต้องมีความ
ศัทธาในเทววานุภาพว่ามีอยู่จริง,เทวดารักษาตัวแต่ละคนมีจริงโดยพิสูจน์ด้วยตัวคุณเอง)
หากใครถกเถี่ยงเรื่องเทวดารักษาตัวไม่มีจริงก็จงย้อนถามตัวคุณเองว่าคุณได้พิสูจน์ตัวโดยวิธีเหล่านี้แล้วหรือยัง?
เมื่อคุณเชื่อในเทวดารักษาแล้วก็ให้อธิฐานบารมีจิตเมื่อคุณทำบุญ , คุณอารธนาศิล,เมื่อเจริญสติสมาธิ
เหล่านี้ให้กับเทวดารักษาตัวเองให้ช่วยเหลือในเรื่องต่างที่มีปัญหาอยู่ในชิวิตตอนนี้เรื่องอะไรและให้ท่านช่วยด้านใด ก็อธิฐานจิตบอกท่านไป ผลจากการทำเช่นนี้จะช่วยท่านได้อีก 25% จาก 100%
3.เรื่องของกรรม
กล่าวถึงกรรมคือการกระทำของเราเองถ้าทำความดีก็เรียกว่ากรรมดี ถ้าทำกรรมชั่วก็เรียกว่ากรรมชั่ว
ซึ่งสิ่งเหล่านี้เรียกว่าตัวกำหนดโชค ลาภ วาสนา เคราะห์ร้าย  บันดาลสุขทุกข์ต่างๆนานับประการแล้ว
คนได้ถึง 50% จาก 100% เพราะว่าการทำดีลบล้างสิ่งที่เราเคยทำผิดพลาดในปัจจุบันแล้วจะทำให้เหมื่อนกับเรากินยาทิพย์รักษาโรคกรรมเก่าได้ , โรคทรัพย์จาง,โรคทุกข์ใจได้ต่าง เหล่านี้โดยเริ่มจากการยึดถือปฎิบัติศิล 5 ข้อทางฆราวาสให้ได้ก่อนข้อไหนทำไม่ได้ก็ค่อยๆแก้ไปแล้วเริ่มทำให้ได้จนครบทั้งห้าข้อร่วมทั่งสำรวจกายวาจาใจให้โกรธน้อยลง อิจฉาน้อยลง ไม่ยึดติดกับสิ่งภายนอกที่ทำไม่ให้เรามีปัญญาในการดำเนินชิวิต
ชิวิตคุณจะค่อยๆดีขึ้นดีขึ้นโดยการปฎิบัติด้วยตัวคุณเอง 

และคุณจะรู้ว่าปาฎิหาริย์ที่มาจากพุทธธานุภาพและเทวนุภาพมีอยู่จริง


หากใครสนใจคุ้ยกับดิฉันเรื่องปัญหาชิวิต
พร้อมจะให้คำแนะนำการแก้ปัญหาชิวิตทางพุทธ
เท่าที่จะทำได้ให้กับกัลยานิมิตรทุกคนนะค่ะ
ติดต่อได้ที่ E-meal asdress RattayaBoonyatim@yahoo.comค่ะ