Loader

พระกาดิไม

Started by เทวาเหนือเกล้า, January 08, 2010, 16:39:08

Previous topic - Next topic

0 Members and 3 Guests are viewing this topic.

อยากทราบตำนานความเป็นมาของพระกาดิไมค่ะ อยากทราบด้วยว่าทำไม ผู้คนต้องบูชายัญวัวควายแม้สัตว์เล็กสัตว์น้อยเป็น

แสน ๆ ตัว  เพื่อน ใครที่ได้ชมรายการเรื่องจริงผ่านจอ เมื่อคืนวันพฤหัสที่ผ่านมา คงได้เห็นเช่นกันนะคะ เลยอยากทราบความเป็น

มาค่ะ  รบกวนท่านผู้รู้ด้วยค่ะ  ขอเป็นประวัติทางเนปาลหรือฮินดูนะคะ ศิลปะเขมรไม่เอาแล้วค่ะ ดูแล้วงง ขอบพระคุณค่ะ
สุ จิ ปุ ลิ  ขาด สักข้อ ก็ไม่ครบการเป็นปราชญ์

ปราชญ์ที่ดีต้องเป็นผู้ฟังมากกว่า พูด พูดในสิ่งที่สมควรพูด

ผู้ที่ฉลาดแท้จริง ฟัง มากกว่าพูด เพราะถ้าเรารู้ไม่จริง หรือไม่หมดก็จงอย่าพูด

เพราะเมื่อเปิดปากออกมา เมื่อนั้นได้แสดงความโง่ออกมาโดยไม่รู้ตัว

คนเก่งจริง ต้องเรียนรู้เสมอว่า เหนือฟ้ายังมีฟ้า เหนือตัวเรายังมีคนที่เก่งกว่า จงถ่อมตนเสมอ จงเป็นผู้ให้เสมอ


อยากรู้เหมือนกันครับ ต้องขอบคุณแนทที่หาคำถามดีดี ให้ผู้ใหม่ได้ศึกษา
เจมส์ซิโน 

พระกาดิไม องค์ไหนครับ

ปกติธรรมเนียมการฆ่าสัตว์บูชายัญ เป็นแนวคิดฮินดูระดับล่างๆ ระดับชาวบ้าน มีเรื่องการฆ่าสัตว์บูชายัญเป็นพื้นฐานประกอบการเซ่นสรวงบูชา
การใช้สัตว์บูชายัญ เป็นแนวคิดฮินดูดั้งเดิม ในพระไตรปิฎกปรากฎเรื่องนี้

คุณตรีศังกุค่ะ ดิฉันทราบว่าท่านเป็นเทพที่ชาวบ้านท่านนับถือ
แต่ดิฉันอยากทราบประวัติความเป็นมาของท่านในทาง
ความเชื่อของฮินดูค่ะ แต่อย่าลืมนะคะการบูชายัญในสมัยก่อน ๆ
ก็เคยบูชายัญในส่วนของพระแม่มหากาลี หรือที่เคยได้ยินมาพระแม่อัมเบ
ด้วยนะคะ  เพราะอย่างนี้ไงคะ ถึงได้อยากทราบตำนานค่ะ
สุ จิ ปุ ลิ  ขาด สักข้อ ก็ไม่ครบการเป็นปราชญ์

ปราชญ์ที่ดีต้องเป็นผู้ฟังมากกว่า พูด พูดในสิ่งที่สมควรพูด

ผู้ที่ฉลาดแท้จริง ฟัง มากกว่าพูด เพราะถ้าเรารู้ไม่จริง หรือไม่หมดก็จงอย่าพูด

เพราะเมื่อเปิดปากออกมา เมื่อนั้นได้แสดงความโง่ออกมาโดยไม่รู้ตัว

คนเก่งจริง ต้องเรียนรู้เสมอว่า เหนือฟ้ายังมีฟ้า เหนือตัวเรายังมีคนที่เก่งกว่า จงถ่อมตนเสมอ จงเป็นผู้ให้เสมอ


ในกระทู้น่ะ  อยากรู้เหมือนกันคะ  รอดูรอชมอยู่นะคะ
เสียหายไม่ว่า  แต่เสียหน้าไม่ได้

Quote from: เทวาเหนือเกล้า on January 08, 2010, 22:19:20
คุณตรีศังกุค่ะ ดิฉันทราบว่าท่านเป็นเทพที่ชาวบ้านท่านนับถือ
แต่ดิฉันอยากทราบประวัติความเป็นมาของท่านในทาง
ความเชื่อของฮินดูค่ะ แต่อย่าลืมนะคะการบูชายัญในสมัยก่อน ๆ
ก็เคยบูชายัญในส่วนของพระแม่มหากาลี หรือที่เคยได้ยินมาพระแม่อัมเบ
ด้วยนะคะ  เพราะอย่างนี้ไงคะ ถึงได้อยากทราบตำนานค่ะ

ผมแค่ต้องการให้คนอ่านคนอื่นอ่านแล้วทราบด้วย

เรื่องการบูชายัญด้วยสิ่งมีชีวิต ทราบไว้สักนิดก็ดีครับ

พระกาธิมัย หรือ กาดิมัย

จริงๆ แล้วพระองค์นี้พี่ไม่ค่อยรู้ประวัติเท่าไหร่ แต่พระองค์ได้ชื่อว่าเป็นพระแม่ที่ทรงพลังครับ เป็นเหมือนพระแม่ประจำเมืองซึ่งวัดของพระองค์ตั้งอยู่ที่เมืองตราอี ประเทศเนปาลครับ



แต่เหตุผลว่าทำไมต้องทำการบูชายันต์พระแม่องค์นี้ เกิดขึ้นมาจากมีชาวบ้านฝันครับ ว่าพระแม่ท่านโปรดเสวยเลือดสดๆ แล้วถ้าขอสิ่งใดก็จะได้สมความปรารถนา ยิ่งถวายด้วยสัตว์ใหญ่ด้วยแล้ว จะยิ่งประสบความสำเร็จเร็วยิ่งขึ้น โดยเทศกาลกาธิมัยนี้จะจัดขึ้น 5 ปี/ครั้ง โดยครั้งหนึ่งจะต้องมีสัตว์ต่างๆ ต้องถูกบูชายันกว่าสามแสนตัว

*** ผมดูรายการเรื่องจริงผ่านจอเหมือนกันครับ เมื่อคืนวันพฤหัส แต่ผมก็สลดใจ กับภาพที่เห็น การสังเวยชีวิตสรรพสัตว์ทั้งหลาย แต่ที่เศร้าและสลดใจกว่าคือข้อความที่ส่งเป็น SMS เข้ามา ที่บอกว่า ศาสนานี้น่ากลัวบ้าง ไม่เอาแล้วศาสนานี้บ้าง ถ้าพวกเราฟังกันดีๆ เป็นมนุษย์มิใช่เหรอที่ฝัน แล้วเก็บฝันเอามาผูกเป็นเรื่องเป็นราว สุดท้ายก็เกิดเพราะน้ำมือมนุษย์นี่เอง อีกอย่างทางรายกายเรื่องจริงผ่านจอก็บอกครับ ว่าสุดท้ายผู้ที่ได้ผลประโยชน์คือผู้ที่นำเนื้อที่ได้จากการบูชายันต์นั้น มาจำหน่ายครับผม ***

ขอบพระคุณค่ะพี่ยีนส์  แต่หากท่านใดพอจะทราบประวัติและตำนานของท่าน ขอความกรุณาด้วยนะคะ ขอบพระคุณล่วงหน้าค่ะ
สุ จิ ปุ ลิ  ขาด สักข้อ ก็ไม่ครบการเป็นปราชญ์

ปราชญ์ที่ดีต้องเป็นผู้ฟังมากกว่า พูด พูดในสิ่งที่สมควรพูด

ผู้ที่ฉลาดแท้จริง ฟัง มากกว่าพูด เพราะถ้าเรารู้ไม่จริง หรือไม่หมดก็จงอย่าพูด

เพราะเมื่อเปิดปากออกมา เมื่อนั้นได้แสดงความโง่ออกมาโดยไม่รู้ตัว

คนเก่งจริง ต้องเรียนรู้เสมอว่า เหนือฟ้ายังมีฟ้า เหนือตัวเรายังมีคนที่เก่งกว่า จงถ่อมตนเสมอ จงเป็นผู้ให้เสมอ



January 10, 2010, 19:47:38 #9 Last Edit: January 10, 2010, 19:55:28 by �เฟิร์ส—♀คิต}
[HIGHLIGHT=#00b050]นำภาพมาให้ชม(โปรดใช้วิจารณญาณในการชม)[/HIGHLIGHT]






No [HIGHLIGHT=#ffffff]one [/HIGHLIGHT]is PERFECT

เขาทำอะไรอ่ะ ดูแล้วโหดร้ายทารุณที่สุด น่าสงสารควายครับ โดนฆ่าหมดเลย
วงการมายา ไม่ใช่สนามเด็กเล่น แต่เป็นสมรภูมิรบ และ การผูกสัมพันธ์ไมตรี ทั้งจริงและจอมปลอม

มายา ความหมายของมันช่างลึบลับเหลือเกิน

วงการมายาไม่ใช่ของเล่นทั่วไป เข้าแล้วออกยาก ระวังเอาไว้

ไปฆ่าเขา วันหนึ่ง คนฆ่า ตายไปก็กลับมาให้เขาฆ่าบ้าง ฆ่ากันไปไม่รู้จักจบสิ้น น่าสงสารจริงๆ บาปกรรม

แล้วลามะ
เกี่ยวรัยด้วยอะ
ข้าแต่พระวาคีศวรีเจ้า พระมารดาแห่งพระเวทย์ พระมารดาแห่งศฤงคาร พระมารดาแห่งขุนเขา 
ในนามของ พระปารวตี  ลักษมี  สรัสวตี  สาวิตรี  คายตรี พระองค์คือปรมาตมัน 
พระผู้เป็นที่รักยิ่งแห่งพระพรหม วิษณุ รุทระ
ด้วยพระกรุณาแห่งพระองค์ จักทำให้โลกที่มืดด้วยอวิทยาสว่างขึ้นโดยพุทธิปัญญา

โอม ตัต สัต

น้องน็อตลามะหนุ่มที่หน้าเหมือนตาเป้ เสร่อน่ะ เค้าออกมาขอร้องผู้นำทางศาสนาไม่ให้ฆ่าสัตว์เพื่อการบูชายัญอีก

ซึ่งผู้นำทางศาสนาหลายๆ ท่านก็เห็นด้วย แต่หากว่าจะให้ทำในทันทีนั้นคงไม่ได้ แต่ต้องให้ค่อย ๆ เป็นค่อย ๆ ไป

เพราะเป็นประเพณีที่ยาวนานมากว่า(น่าจะนะ) 300 ปีหรือไงเนี่ยล่ะ

ที่พี่แนทมาตั้งกระทู้นี้เพราะอยากรู้ประวัติความเป็นมาของท่านน่ะค่ะ (ตำนานท่านก็ดี)
สุ จิ ปุ ลิ  ขาด สักข้อ ก็ไม่ครบการเป็นปราชญ์

ปราชญ์ที่ดีต้องเป็นผู้ฟังมากกว่า พูด พูดในสิ่งที่สมควรพูด

ผู้ที่ฉลาดแท้จริง ฟัง มากกว่าพูด เพราะถ้าเรารู้ไม่จริง หรือไม่หมดก็จงอย่าพูด

เพราะเมื่อเปิดปากออกมา เมื่อนั้นได้แสดงความโง่ออกมาโดยไม่รู้ตัว

คนเก่งจริง ต้องเรียนรู้เสมอว่า เหนือฟ้ายังมีฟ้า เหนือตัวเรายังมีคนที่เก่งกว่า จงถ่อมตนเสมอ จงเป็นผู้ให้เสมอ


ที่อ่านมานะครับ เค้าบอกว่าชาวบ้านฟันว่าพระแม่ชอบเสวยเลือดสด เทพเขาไม่เสวยของคาวนี้ครับ  แล้วอีกอย่างครับ พวกที่ชอบเลือดเนี่ย ส่วนมากจะเป็นผี เป็นยักษ์ หรือ อสูรคับ แต่ผมไม่ได้ลบหลู่ท่านนะคับ  ไม่ใช้ว่าชาวบ้านเขาฝันแล้วทำเองเอาเองนะครับถึงมันจะผ่านมา 300ปีแล้ว
วงการมายา ไม่ใช่สนามเด็กเล่น แต่เป็นสมรภูมิรบ และ การผูกสัมพันธ์ไมตรี ทั้งจริงและจอมปลอม

มายา ความหมายของมันช่างลึบลับเหลือเกิน

วงการมายาไม่ใช่ของเล่นทั่วไป เข้าแล้วออกยาก ระวังเอาไว้

อ่อ
มันเป็นเช่นนี้นิเอง
ผมเห็นท่านนั่งกันเต็มไปหมด
เหออออ
อย่างว่ายุคนี้มันกลียุค
ข้าแต่พระวาคีศวรีเจ้า พระมารดาแห่งพระเวทย์ พระมารดาแห่งศฤงคาร พระมารดาแห่งขุนเขา 
ในนามของ พระปารวตี  ลักษมี  สรัสวตี  สาวิตรี  คายตรี พระองค์คือปรมาตมัน 
พระผู้เป็นที่รักยิ่งแห่งพระพรหม วิษณุ รุทระ
ด้วยพระกรุณาแห่งพระองค์ จักทำให้โลกที่มืดด้วยอวิทยาสว่างขึ้นโดยพุทธิปัญญา

โอม ตัต สัต

เทพฮินดูหลายองค์ ก็ถวายของคาวได้ครับ

พระไภรพก็ถวายของคาวได้

January 13, 2010, 08:44:15 #17 Last Edit: January 13, 2010, 08:47:09 by กาลปุตรา
เรื่องราวในอดีตเกี่ยวกับการบูชายัญด้วยชีวิตมนุษย์อันน่ากลัวความโหดเหี้ยม อำมหิตนั้น ไม่นานนี้ก็ยังมีปรากฏให้พบเห็นอยู่ ซึ่งเรียกได้ว่าน่ากลัวกว่าการสังหารหมู่สัตว์ในการบูชายัญแด่พระแม่กาดิไมเสียอีก

[/SIZE][/FONT]
เรื่องราวนี้เป็นเรื่องราวการบูชายัญแด่พระศิวะ ปางไภรวะของชาวพื้นเมืองกลุ่มหนึ่ง ซึ่งก็คือ ชนเผ่าชาว "เคอร์มัน" ในประเทศอินเดีย หมู่บ้านแห่งนี้อยู่ห่างจากกัลตาตาไปทางทิศเหนือ 220 กิโลเมตร ซึ่งตั้งอยู่ระหว่างชายแดนประเทศอินเดียกับบังกลาเทศ เป็นหมู่บ้านที่อยู่ในป่าทึบห่างไกลความเจริญ ชาวเคอร์มัน ยังดำรงชีพด้วยการปลูกข้าวและพืชผัก โดยฝ่ายผู้ชายจะออกล่าสัตว์มาเป็นอาหาร

ประเพณีความเชื่อที่โหดร้ายแห่งนี้จะกระทำกัน หนึ่งครั้งต่อปี ซึ่งมีการจัดเป็นประจำทุกปี โดยพิธีบูชายัญนี้มีชื่อเรียกว่า "กาจัน" อันเป็นประเพณีที่ชนเผ่านี้จัดขึ้นเพื่อบูชาต่อพระไภรวะ (พระศิวะ) ผู้เป็นใหญ่ ทั้งนี้เพื่อเป็นการขอพรต่อองค์พระศิวะเทพเจ้าอันศักดิ์สิทธิ์ของเขา ให้มา ประทานพรให้พวกเขาได้รับความอุดมสมบูรณ์ในเรื่องอาหาร การกินปลอดภัยจากศัตรูและสิ่งร้าย รวมทั้งโรคภัยไข้เจ็บด้วย โดยสิ่งที่จะนำมาเป็นเครื่องสักการะ บูชายัญต่อองค์เทพผู้ยิ่งใหญ่ของเขา เพื่อให้เทพเจ้าทรงพอพระทัย ก็คือการได้ถวายหัวของบุตรชายคนแรก

ดังนั้นชนเผ่าแห่งนี้จะเข้มงวดให้เรื่องของการแจ้งจำนวนสมาชิกของครอบครัว เป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะในครอบครัวที่มีภรรยาตั้งท้องเป็นบุตรคนแรกจะต้องแจ้งให้ทางหัวหน้า เผ่าทราบ เพราะจะได้นำมาเป็นเครื่องบูชายัญในพิธีกรรมดังกล่าว





ซึ่งหากในปีไหนมีเด็กชายคนแรกของครอบครัวเกิดเยอะ พวกเขาก็ยินดีปรีดาเป็นอย่างมากที่จะได้ทำการบูชายัญให้เป็นที่พอใจต่อองค์ พระศิวะ เนื่องจากมีจำนวนศีรษะของเด็กชายมาประกอบพิธีหลายหัวนั่งเอง

พิธีบูชายัญนี้จะถูกกำหนดขึ้นในคืนวันเพ็ญขึ้น
15
ค่ำ ในค่ำคืนแห่งเทศกาล ศิวาราตรี ทุกคนในหมู่บ้านจะออกมาชุมนุมกันโดยมีหัวหน้าเผ่าเป็นประธาน จากนั้นจะมีการ้องรำทำเพลงเพื่อสรรเสริญต่อเทพศิวะจบแล้ว หัวหน้าเผ่าจะสั่งให้คนที่เป็นพ่อของนำบุตรชายคนแรกของครอบครัวมาที่แท่น บูชาต่อเบื้องหน้ารูปสลักศิวเทพ

จากนั้นผู้เป็นพ่อจะใช้มีดซึ่งคมกริบ ฟันคอลูกชายของตนเองจนขาดออกจากกัน แล้วจึงนำหัวของบุตรชายไปใส่ ไว้ในที่แขวนแล้วนำหัวของลูกชายไปร่วมในพิธีเต้นรำต่อไป และเมื่อหลังเสร็จพิธี แล้วผู้เป็นพ่อต้องนำศีรษะของลูกชายกลับไปแขวนไว้ในบ้านของตน จนกว่าศีรษะนั้นจะผุสลายไปเอง ถ้ายังไม่ผุสลายก็ให้นำมาร่วมในพิธีบูชายัญของปีต่อๆ ไป
[HIGHLIGHT=#ffff00]
[HIGHLIGHT=#ffff00]อันจิตมนุษย์นั้นชอบวิ่งออกไปแสวงหาพระเจ้าจากวัตถุภายนอก[/HIGHLIGHT]
[HIGHLIGHT=#ffff00]จนลืมย้อนมองดูพระผู้เป็นเจ้าที่แท้จริง อันสถิตอยู่ในใจเรา[/HIGHLIGHT]
[/COLOR][/HIGHLIGHT][/FONT]

ขอบพระคุณอาจารย์กาลปุตราที่ได้นำความรู้มามอบให้ค่ะ
สุ จิ ปุ ลิ  ขาด สักข้อ ก็ไม่ครบการเป็นปราชญ์

ปราชญ์ที่ดีต้องเป็นผู้ฟังมากกว่า พูด พูดในสิ่งที่สมควรพูด

ผู้ที่ฉลาดแท้จริง ฟัง มากกว่าพูด เพราะถ้าเรารู้ไม่จริง หรือไม่หมดก็จงอย่าพูด

เพราะเมื่อเปิดปากออกมา เมื่อนั้นได้แสดงความโง่ออกมาโดยไม่รู้ตัว

คนเก่งจริง ต้องเรียนรู้เสมอว่า เหนือฟ้ายังมีฟ้า เหนือตัวเรายังมีคนที่เก่งกว่า จงถ่อมตนเสมอ จงเป็นผู้ให้เสมอ


เห็นเขาถือหัวเด็กแล้วจะเป็นลม
วงการมายา ไม่ใช่สนามเด็กเล่น แต่เป็นสมรภูมิรบ และ การผูกสัมพันธ์ไมตรี ทั้งจริงและจอมปลอม

มายา ความหมายของมันช่างลึบลับเหลือเกิน

วงการมายาไม่ใช่ของเล่นทั่วไป เข้าแล้วออกยาก ระวังเอาไว้

ใช่ครับเทพไม่ต้องการของเหล่านี้ แต่บางองค์ที่เรียกว่าเทพนั้น แท้จริง ท่านเป็น เทพปีศาจ หรือ เทพอสูร พูดง่ายๆก็คือ ปีศาจ หรือ อสูร ที่มี พลังเสมอเทพพอนานๆวันก็เริ่มมีการบิดเบือนความจริงว่าท่านเป็นเทพครับ เทพประเภทนี้มีอยู่มากในอินเดีย สังเกตได้จากวิธีการบูชาครับ

จริงๆ เรื่องนี้ชาวฮินดูเองเขาก็ไม่เห็นด้วยอย่างแรง ที่จะสังเวยบูชาด้วยชีวิตมนุษย์ และปัจจุบัน ณ ที่แห่งนั้นก็ได้เลิกบูชาด้วยวิธีนี้ไปแล้ว นี่เป็นภาพจากอดีตที่นำมาให้ดูถึงความเชื่อแบบผิดๆ และหวังว่าอนาคตการสังหารสัตว์จำนวนมากที่เนปาลก็จะหมดไปด้วย โดยเปลี่ยนจากการสังหารมาเป็นการปล่อยหรือช่วยชีวิตเขาจะดีกว่า
[HIGHLIGHT=#ffff00]
[HIGHLIGHT=#ffff00]อันจิตมนุษย์นั้นชอบวิ่งออกไปแสวงหาพระเจ้าจากวัตถุภายนอก[/HIGHLIGHT]
[HIGHLIGHT=#ffff00]จนลืมย้อนมองดูพระผู้เป็นเจ้าที่แท้จริง อันสถิตอยู่ในใจเรา[/HIGHLIGHT]
[/COLOR][/HIGHLIGHT][/FONT]

ถ้าพวกเขาเลิกฆ่าสัตว์ได้ก็คงดีอ่ะค่ะ อาจารย์ออส สาธุค่ะ
สุ จิ ปุ ลิ  ขาด สักข้อ ก็ไม่ครบการเป็นปราชญ์

ปราชญ์ที่ดีต้องเป็นผู้ฟังมากกว่า พูด พูดในสิ่งที่สมควรพูด

ผู้ที่ฉลาดแท้จริง ฟัง มากกว่าพูด เพราะถ้าเรารู้ไม่จริง หรือไม่หมดก็จงอย่าพูด

เพราะเมื่อเปิดปากออกมา เมื่อนั้นได้แสดงความโง่ออกมาโดยไม่รู้ตัว

คนเก่งจริง ต้องเรียนรู้เสมอว่า เหนือฟ้ายังมีฟ้า เหนือตัวเรายังมีคนที่เก่งกว่า จงถ่อมตนเสมอ จงเป็นผู้ให้เสมอ


ถวายบุตรชายคนแรก เคยอ่านผ่านๆในเรื่อง"เวตาล-ปัญจวีสติ" และ"สิงหาสนะ ตริงศิกะ"

เห็นแล้วจะเป็นลม น่ากลัวจริงๆ

นี่แหละครับ

เป็นฮินดูดั้งเดิม เป็นแนวคิดก่อนมีแนวคิดไม่เบียดเบียนสัตว์แนวคิดอหิงสา

เห็นด้วยคะคุณกาลปุตรา   

เห็นด้วยเเบบใจตรงกันเลยคะคุณบาส  บูชาอสูร

เป็นพิธีกรรมที่โหดร้ายมากคะนั่งกินข้าวอยู่  ช้อนตกเลยพอเห็นหัวเด็ก

พระเจ้าช่วยกล้วยทอด  พ่อเเม่เด็กใจร้ายทำได้ลงคอ  เด็กตาดำ ดำ 

นึกถึงเณรเเอ  ที่ย่างเด็กยังสยิวกิ้ว  เราๆ  โชคดีนะคะที่ไม่ต้องอยู่ในภาวะอย่างนั้นน่ะคะ

เสียหายไม่ว่า  แต่เสียหน้าไม่ได้

โอ๊ย พี่ ออส คร้าฟ  อยากจะเปง ลม สลบ เหมอืน กัน เรย อ่ะ


ดี ผม ไม่ได้ ไปเกิดที่นั่น ตอนนั้น มะงั้น หัว กุด เรย อ่ะนิ่

February 17, 2010, 00:48:01 #28 Last Edit: February 21, 2010, 01:16:05 by เสือร้องไห้
น่ากลัวคะ 
เสียหายไม่ว่า  แต่เสียหน้าไม่ได้

 
  คติการบูชายัญแบบนี้  มันก็มีมาแทบเกือบจะทุกลัทธิศาสนา ในยุคโบราณ  ก่อนที่จะมีการสร้างอารยธรรมกันขึ้นมาเป็นตัวเป็นตน


  สมัยก่อนคงไม่ใช่เรื่องแปลก    นี่ถ้าย้อนกลับไปในยุคโบราณลัทธิศาสนาเดิม  อีกทวีปจากเรา    คติความเชื่อของชนเผ่ามายา 

  เทพแห่งสงครามเค้าก็โปรดการบูชายัญด้วยวิธีนี้เช่นกันคะ

  ฆ่าเอาหัวใจถวายเลยทีเดียว


เหอ เหอ น่ากลัวจัง อ่ะค่ะ แต่ความศรัทธาต่อพระเป็นเจ้า เปลี่ยนไปตามยุคสมัย ปัจจุบันน่าจะลดลงบ้างแล้ว แต่บูชายันต์ด้วยแพะเนี่ย ยังคงมีอยู่ใช่มะคะ

คาดว่าน่าจะยังคงอยู่นะค่ะ